ประเภทธุรกิจ และ สาเหตุของความสำเร็จ ในการทำธุรกิจ เค้าเลือกยังไง? :รายได้เสริมหลังเลิกงาน

fail

ในมุมมองของการทำธุรกิจ จะแบ่ง ประเภทธุรกิจ 3 ประเภท เท่านั้นคือ Me too Business,Value Added Business,Inniveation Business โดยประเภทของมันก็ถือว่าได้กำหนดระดับความสำเร็จไว้เรียบร้อยแล้วจีงไม่แปลกที่หลายคนบอกว่าคิดแทบตาย ทำงานหนักกว่าคนอื่น แต่ท้ายสุดล้มเหลวไม่เป็นท่า  

ประเภทธุรกิจ

ผมอยากบอกว่า แท้ที่จริงแล้ว ‘ความผิดพลาด’ มันเริ่มตั่งแต่ “ประเภท” ของธุรกิจแล้ว! นั้นก็คือเลือกทำ Me too Business (พูดง่ายๆ ไปทำธุรกิจเลียนแบบคนอื่น เห็นคนอื่นสำเร็จก็เลยทำบ้าง)

ประเภทธุรกิจ ประกอบด้วยอะไรบ้าง เลือกอย่างไร

Me too Business ก็คือการทำธุรกิจตามแฟชั่น เห็นคนอื่นสำเร็จก็แห่ไปตาม เขาฮิตติด NGV ไปเปิดร้านติดตั่ง NGV เขาฮิตร้านกาแฟก็แห่ไปเปิดร้านกาแฟ เขาฮิตนมสด ก็ไปขายนมสดบ้าง ร้านชาไข่มุกขายดีก็ไปซื้อชาไข่มุกมาขายบ้าง 

ถ้าสังเกตให้ดีๆ คนที่สำเร็จก็คือคนที่ทำก่อนคนอื่น ซึ่งมันเป็น Value added หรือ ไม่ก็ Innozation เขาถึงได้ ประสบความสำเร็จยังไงละ แต่ไอ้ที่พวกที่แห่ตาม กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ก็เพราะ ไปทำ Me too Business, นี้หละ 

Value Added Business ก็คือ ธุรกิจที่ปรับปรุงให้ดีกว่าที่เราเลียนแบบเช่น Starbucks ไปเลียนแบบร้านกาแฟในอิตาลี แต่เปลี่ยนคอมเส็ปต์ใหม่ที่เป็นต้นแบบเสียอีก หรืออย่าง iPod ที่ สตีฟ จ๊อบส์ไปเลียนแบบเครื่องฟังเอ็มพีสามจาก Sony แต่ปรากฏว่า Apple ทำได้ดีกว่า เพราะว่ามี iTunes รอรับในการซื้อเพลงครบวงจร ซึงการเพิ่ม Value Added ให้ iPod เป็นเครื่องฟังเพลงที่ดีกว่าต้นแบบ 

อย่างไรก็ตามการทำ Value Added เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว ต้นตำหรับอาจปรับตัวมาแข่งกับเราได้ไม่ยาก (ยิ่งถ้าเรามีการเงินอ่อนกว่า คู่แข่งที่เป็นต้นแบบก็อาจทำให้เราแพ้ได้)

สุดท้าย Inniveation Business เป็นประเภทที่คิดอะไร หลุดโลกถ้าไม่เจ๊ง ก็ดังไปเลย อย่าง บิตเกตส์ ที่ต้องการเป็นเจ้าพ่อคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ยังแทบไม่มีใครรู้จักคอมพิวเตอร์คืออะไร  จากนั้นเขาผันตัวมาเป็นเจ้าพ่อซอฟต์แวร์ตั้งแต่ยังไม่มีอุตสาหกรรมนี้เกิดขึ้นเลย (สมัยก่อนซอฟต์แวร์เป็นอะไรที่แถมฟรี จ่ายค่าฮาร์ดแวร์เท่านั้น)คุณคิดดูเอาละกันว่า บิตเกตส์ นั้นล้ำหน้าทางความคิดกว่าคนทั้งโลกอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เข้าจะรวยที่สุดในโลก จริงมั้ยครับ?…….

สรุปได้ว่าการเริ่มต้นกิจการ ต้องพิจารณาให้ดีว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นมันอยู่ในประเภทไหน ถ้าอยู่ Me too Business ก็ไม่ต้องโทษพระเจ้าว่าไม่รักเรา ทำงานหนักแต่ไม่เห็นใจกันบ้างเล้ย! ให้โทศตัวเองว่าไปทำธุรกิจ Me too ก็เลยไม่สำเร็จ 

ส่วนคนที่เก่งในการปรับปรุงให้ดีขึ้น(เก่งทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย) ก็ทำให้ Valie Added เพราะความเสียงน้อยที่สุด เนี่องจากมันมีตลาดอยู่แล้วเพียงแต่คุณทำให้ดีขึ้น ถ้าคุณชอบทำธุรกิจแบบนี้ แสดงว่าคุณเป็นคนที่ชอบการแข่งขัน 

ส่วนสุดท้ายก็คือ Innovation พวกนี้ถ้าสำเร็จก็ “รวยโคตร” แต่ถ้าคุณไม่บ้าดีเดือดก็ทำไม่ได้ เพราะไอเดียเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ใครๆก็บอกว่า “มันเป็นไปไม่ได้” 

แต่ถ้าทำได้ คุณ ก็เป็น บิล เกตส์คนที่ สอง

ติดตามบทความอื่นได้ คลิก

 

ก็แค่อดีตพนักงานที่ตกงาน ที่ทำงานผ่านเน็ตเป็นรายได้เสริม มา 3 ปี ไม่มีอะไรจะแบ่งปันนอกจากประสบการณ์จริง ของการสร้างเงินล้านจากอินเตอร์เน็ต โดยไม่ออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว

“ชีวิตเราไม่ใช่กระดาษก๊อปปี้ อย่าปล่อยให้ผ่านไปกีปี ก็ยังเหมือนเดิม”